อ่านไปแล้วรู้สึกคุ้นๆ ค้นดูของเก่าที่มีอยู่ มันก็คือ “น่าเบื่อจะตายเจ้านายผม” ของสยามอินเตอร์บุค ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 เมื่อตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นของผู้เขียนคนเดียวกัน แต่ต่างชื่อต่างสำนักพิมพ์ และต่างลำดับเรื่องราว
แต่พี่น้องครับ! เป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่า แม้จะอ่านไปแล้ว เมื่อมาอ่านใหม่ ความเข้าใจ อินกับเรื่อง อารมณ์ มันแตกต่างไปครับ อ่านไปแล้วก็เกิดเมามันจนจบคามือไปเลย
ความจริงแล้วคุณพลชัย เพชรปลอดนี้ เคยเป็นลูกน้องคนหนึ่งของคุณสุจินต์ จันทร์นวล (ใครเอ่ย?) และในเล่มนี้ก็มีเรื่องเกี่ยวกับคุณสุจินต์ จันทร์นวล ด้วย ลองไปอ่านดูแล้วพิจารณาว่าตอนไหน หนังสือเล่มนี้อ่านมันจริงๆ ครับ ได้เกล็ดการบริหารที่ดีมากๆ โดยเฉพาะในตอนท้ายของแต่ละเรื่องจะมีสรุปความเกี่ยวกับการบริหารไว้อย่างดี ใครที่อ่านหนังสือเชิงวิชาการแล้วหลับง่ายๆ ลองมาอ่านแบบนี้ดู ไม่หลับแน่นอนครับ
ขอยกส่วนที่ประทับใจมาเผยแพร่นะครับ
“สำหรับนายและผม เรามีแนวปฏิบัติที่เหมือนกันอยู่ย่างหนึ่งคือ ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง เราจะหาเหตุผลมาอธิบายแนวคิดที่เราเชื่อว่าดีกว่า และมีทางเลือกให้มากกว่า 1 ทางเลือกเสมอ แต่ถ้าหากคำสั่งถูกยืนยัน เราถือว่า นั่นคือนโยบายที่ต้องปฏิบัติตาม โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะเราได้ทำหน้าที่เสนอความคิดแล้ว ส่วนสิทธิ์และหน้าที่ในการตัดสินใจ เราต้องยกให้เป็นของผู้บังคับบัญชา”
“...การวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นในสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องง่าย แต่เราต้องบอกเขาได้ว่าสิ่งที่ดีกว่านั้นคืออะไร ต้องทำอย่างไร ถ้าเราไม่สามารถบอกได้ เราก็ควรหุบปากไว้เฉยๆ จนกว่าจะนึกออก”
อยากยกมามากกว่านี้ แต่ดูจะไม่เหมาะ (และอย่าได้สงสัยว่าผมได้เปอร์เซ็นต์จากยอดขายหรือเปล่า – เปล่าครับ)
ประเด็นที่จะเสวนาวันนี้คือว่า เมื่ออ่านไปๆ แล้วให้เกิดสงสัยว่าหลักการต่างๆ ที่คุณพลชัยยกมาเล่าแบบมันๆ นี้ มันช่างเหมือนหลักการที่ตัวเรายึดถือปฏิบัติเสียนี่กระไร สงสัยไม่หยุดยั้งว่า เราได้รับอิทธิพลจากเขา หรือเรามีตัวตนของเราแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็เป็นหลักการที่นำมาใช้แล้วทำให้ประสบความสำเร็จจริงๆ ผมจึงสรุปว่า ไม่เห็นจะเป็นไรเลยที่เขาอาจเป็นต้นแบบที่เราอาจอ่านแล้วตกตะกอนลงในจิตใต้ สำนึก หรือเราพัฒนาตนเองจนสอดคล้องกับหลักการอันนี้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือมันใช้ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์
ย้อนกลับไปพิจารณาเส้นทางเดินในชีวิตลูกจ้างที่ผ่านมา ก็แค้นใจอยู่บ้างที่ไม่มีใครคอยสอนแนะนำแนวทางการบริหารที่ถูกต้องตามหลัก การ (ที่เป็นหนึ่งเดียว) มีแต่คนคอยด่าคอยซ้ำเติม คอยตัดสิน แต่ไม่สอน โชคดีที่ชีวิตผมเป็นคนที่นอนหลับยาก ต้องอ่านหนังสือซักชั่วโมงก่อนแล้วจึงจะหลับ ทำให้ได้อ่านหนังสือมากมาย และที่สำคัญคืออะไรที่อ่านไปแล้วพิจารณาว่าดีมันจะตกตะกอนลงไปในจิตใต้สำนึก เกิดเป็นกรอบความคิดใหม่ ทำให้การปฏิบัติตัวเปลี่ยนแปลงไปจากคนที่เป็นจอมบู้ดุเดือดเลือดพล่าน กลายเป็นคนสุขุมนุ่มลึกขึ้น
เอาละ ไหนๆ ก็ไหนแล้ว ขอนินทาเพื่อนสักคน เพื่อนคนนี้เป็นนักอ่านตัวยงคนหนึ่ง แต่เขาจะอวดตนว่าเป็นนักอ่าน ช่างพูดช่างคุย แต่เรื่องของตน เพื่อแสดงว่าตนนั้นฉลาด เป็นหนอนหนังสือ ซึ่งผมแปลกใจมาตลอดว่า มันอ่านหนังสืออะไรของมัน สิ่งดีๆ ในหนังสือที่มันอ่านไม่มีเลยหรือไง มันถึงได้ยังคงทำตัวทุเรศอย่างนั้น สิ่งที่อ่านๆ ไปไม่ได้ทำให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีมีบุคลิกภาพที่น่านับถือเลย กลายเป็นพวกติ้งต๊องในสายตาคนอื่น น่าสงสารจริงๆ
ที่ต้องนินทาเพื่อนแบบนี้ ก็เพราะเป็นห่วงเราๆ ท่านๆ ว่าอ่านแล้วได้อะไร
1 ความคิดเห็น:
อ่านเพลินดีครับ จะติดตามผลงานต่อไป
แสดงความคิดเห็น